English ไทย

ภขวัท-คีตา ฉบับเดิม - 13.1-2

อรฺชุน ตรัสว่า โอ้ กฺฤษฺณ ที่รัก ข้าปรารถนาจะรู้เกี่ยวกับ ปฺรกฺฤติ (ธรรมชาติ) ปุรุษ (ผู้รื่นเริง) สนาม และผู้รู้สนาม ความรู้ และจุดมุ่งหมายแห่งความรู้ องค์ภควานตรัสว่า โอ้ โอรสพระนาง กุนฺตี ร่างกายนี้เรียกว่าสนาม และผู้ที่รู้ร่างกายนี้เรียกว่าผู้รู้สนาม

คำอธิบาย

อรฺชุน ทรงถามเกี่ยวกับ ปฺรกฺฤติ (ธรรมชาติ) ปุรุษ (ผู้รื่นเริง) กฺเษตฺร (สนาม) กฺเษตฺร-ชฺญ (ผู้รู้สนาม) ความรู้ และจุดมุ่งหมายแห่งความรู้ เมื่อทรงถามทั้งหมดนี้ องค์กฺฤษฺณทรงตรัสว่า ร่างกายนี้ เรียกว่า สนาม และผู้รู้ร่างกายนี้ เรียกว่า ผู้รู้สนาม ร่างกายนี้เป็นสนามแห่งกิจกรรมสำหรับพันธวิญญาณ พันธวิญญาณได้มาติดกับอยู่ในความเป็นอยู่ทางวัตถุ พยายามเป็นเจ้า และครอบครองธรรมชาติวัตถุตามกำลังความสามารถของตน จึงได้รับสนามแห่งกิจกรรม สนามแห่งกิจกรรมนี้ คือ ร่างกาย และร่างกายนี้คืออะไร ร่างกายประกอบไปด้วยประสาทสัมผัสต่างๆ พันธวิญญาณปรารถนาจะรื่นเริงอยู่กับการสนองประสาทสัมผัส ตามกำลังความสามารถที่จะรื่นเริงกับการสนองประสาทสัมผัส เราจึงได้รับร่างกาย หรือสนามแห่งกิจกรรมมา ดังนั้น ร่างกายจึงเรียกว่า กฺเษตฺร หรือสนามแห่งกิจกรรมสำหรับพันธวิญญาณ บุคคลที่สำคัญตนเองกับร่างกายเช่นนี้ เรียกว่า กฺเษตฺร-ชฺญ หรือผู้รู้สนาม การที่จะเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างสนาม และผู้รู้สนาม ร่างกาย และผู้รู้ร่างกายนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเลย ใครก็สามารถที่จะพิจารณาได้ว่า ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชราเราได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมามากมาย แต่เรายังคงเป็นบุคคลเดิม ดังนั้น จึงมีข้อแตกต่างระหว่างผู้รู้สนามแห่งกิจกรรม และตัวสนามแห่งกิจกรรม พันธวิญญาณผู้มีชีวิตสามารถเข้าใจว่าตนเองแตกต่างไปจากร่างกาย ได้อธิบายไว้ในตอนต้นว่า เทหิโน ’สฺมินฺ สิ่งมีชีวิตอยู่ภายในร่างกาย และร่างกายเปลี่ยนแปลงจากทารกมาเป็นเด็ก จากเด็กมาเป็นหนุ่มสาว และจากหนุ่มสาวมาเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นเจ้าของร่างกายรู้ว่าร่างกายนี้เปลี่ยนแปลง เจ้าของคือ กฺเษตฺร-ชฺญ ที่แตกต่างออกไป บางครั้งเราคิดว่า “ฉันมีความสุข” “ฉันเป็นผู้ชาย” “ฉันเป็นผู้หญิง” “ฉันเป็นสุนัข” “ฉันเป็นแมว” เหล่านี้เป็นชื่อระบุทางร่างกายของผู้รู้ แต่ผู้รู้แตกต่างไปจากร่างกาย ถึงแม้ว่าเราอาจใช้สิ่งของมากมาย เช่น เสื้อผ้าอาภรณ์ต่างๆ แต่เรารู้ว่าตัวเราแตกต่างไปจากสิ่งของที่เราใช้ ในทำนองเดียวกัน จากการพิจารณาเพียงเล็กน้อยก็เข้าใจได้ว่าเราแตกต่างไปจากร่างกาย อาตมา ท่าน หรือผู้ใดที่เป็นเจ้าของร่างกาย เรียกว่า กฺเษตฺร-ชฺญ หรือผู้รู้สนามแห่งกิจกรรม และร่างกาย เรียกว่า กฺเษตฺร หรือตัวสนามแห่งกิจกรรม

ในหกบทแรกของ ภควัท-คีตา ได้อธิบายถึงผู้รู้ร่างกาย (สิ่งมีชีวิต) และตำแหน่งที่เขาสามารถเข้าใจองค์ภควานฺ ในหกบทกลางของ ภควัท-คีตา ได้อธิบายถึงบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้า และความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกวิญญาณ และอภิวิญญาณซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการอุทิศตนเสียสละรับใช้ ได้นิยามสถานภาพที่สูงกว่าขององค์ภควานฺ และสถานภาพที่ด้อยกว่าของปัจเจกวิญญาณอย่างชัดเจนในบทเหล่านี้ เนื่องจากลืมไปว่าตนเองด้อยกว่าในทุกๆ สถานการณ์ สิ่งมีชีวิตจึงได้รับทุกข์ เมื่อสว่างไสวขึ้นด้วยบุญบารมี สิ่งมีชีวิตจึงเข้าพบองค์ภควานฺในสภาวะที่แตกต่างกัน เช่น สภาวะที่มีความทุกข์ สภาวะที่ต้องการเงิน สภาวะชอบถาม และสภาวะที่แสวงหาความรู้ซึ่งได้อธิบายไว้เช่นกัน จากบทที่สิบสามจะอธิบายว่าสิ่งมีชีวิตมาสัมผัสกับธรรมชาติวัตถุได้อย่างไร และองค์ภควานฺทรงจัดส่งเขาด้วยวิธีต่างๆ อย่างไรโดยผ่านทางกิจกรรมเพื่อผลทางวัตถุ การพัฒนาความรู้ และการปฏิบัติการอุทิศตนเสียสละรับใช้ถึงแม้ว่าสิ่งมีชีวิตแตกต่างจากร่างกายวัตถุโดยสิ้นเชิง แต่ก็มีความสัมพันธ์กัน ประเด็นนี้ได้อธิบายไว้เช่นเดียวกัน