ดังนั้นข้าได้อธิบายโดยสรุปถึงสนามแห่งกิจกรรม (ร่างกาย) ความรู้ และสิ่งที่รู้ได้ บรรดาสาวกของข้าเท่านั้นที่สามารถเข้าใจโดยตลอด และบรรลุถึงธรรมชาติของข้า
องค์ภควานฺทรงอธิบายโดยสรุปถึงร่างกาย ความรู้ และสิ่งรู้ ความรู้นี้ประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ผู้รู้ สิ่งที่รู้ได้ และวิธีที่จะรู้ ทั้งหมดนี้รวมกันเข้าเรียกว่า วิชฺญาน หรือศาสตร์แห่งความรู้ สาวกผู้บริสุทธิ์ขององค์ภควานฺโดยตรง จึงสามารถเข้าใจความรู้โดยสมบูรณ์ บุคคลอื่นไม่สามารถเข้าใจได้ พวกที่เชื่อว่าเป็นหนึ่งเดียวกันกล่าวว่า ในระดับท้ายสุดทั้งสามสิ่งนี้กลายมาเป็นหนึ่ง แต่เหล่าสาวกไม่ยอมรับเช่นนี้ ความรู้ และการพัฒนาความรู้หมายความว่า เข้าใจตนเองในกฺฤษฺณจิตสำนึก เราได้ถูกวัตถุจิตสำนึกนำพาไป แต่ทันทีที่เราย้ายจิตสำนึกทั้งหมดมาที่กิจกรรมขององค์กฺฤษฺณ และรู้แจ้งว่าองค์กฺฤษฺณคือทุกสิ่งทุกอย่าง ตรงนี้จะทำให้เราบรรลุถึงความรู้ที่แท้จริง อีกนัยหนึ่ง ความรู้ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากระดับพื้นฐานแห่งความเข้าใจการอุทิศตนเสียสละรับใช้โดยสมบูรณ์ ในบทที่สิบห้าจะอธิบายประเด็นนี้อย่างชัดเจน
โดยสรุปเราอาจเข้าใจว่าโศลก 6 และโศลก 7 เริ่มจาก มหา-ภูตานิ มาจนถึง เจตนา ธฺฤติห์ ได้วิเคราะห์ธาตุวัตถุต่างๆ และปรากฏการณ์บางอย่างของลักษณะอาการแห่งชีวิต รวมกันเข้าเป็นร่างกาย หรือสนามแห่งกิจกรรม และโศลก 8 ถึงโศลก 12 จาก อมานิตฺวมฺ จนถึง ตตฺตฺว-ชฺญานารฺถ-ทรฺศนมฺ ได้อธิบายถึงกระบวนการเพื่อทำความเข้าใจผู้รู้ทั้งสองประเภท คือ ปัจเจกวิญญาณ และอภิวิญญาณ จากนั้นโศลก 13 ถึงโศลก 18 เริ่มจาก อนาทิ มตฺ-ปรมฺ มาจนถึง หฺฤทิ สรฺวสฺย วิษฺฐิตมฺ ได้อธิบายถึงดวงวิญญาณ และองค์ภควานฺ หรืออภิวิญญาณ
ได้อธิบายถึงสามประเด็นดังนี้ สนามแห่งกิจกรรม (ร่างกาย) วิธีแห่งการเข้าใจทั้งดวงวิญญาณ และอภิวิญญาณ ตรงนี้ได้อธิบายโดยเฉพาะว่าเหล่าสาวกผู้บริสุทธิ์ของพระองค์เท่านั้น จึงสามารถเข้าใจสามประเด็นนี้อย่างชัดเจน ดังนั้น สาวกเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จาก ภควัท-คีตา อย่างสมบูรณ์ และสามารถบรรลุถึงจุดมุ่งหมายสูงสุด นั่นคือธรรมชาติขององค์ภควานฺ ศฺรีกฺฤษฺณ อีกนัยหนึ่ง สาวกเท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจ ภควัท-คีตา และได้รับผลสมดังใจปรารถนา ไม่ใช่ผู้อื่น