จากระดับความดีพัฒนาความรู้ที่แท้จริง จากระดับตัณหาพัฒนาความโลภ และจากระดับอวิชชาพัฒนาความโง่เขลา ความบ้าคลั่ง และความหลง
เนื่องจากความศิวิไลในปัจจุบันไม่เป็นที่พึงพอใจสำหรับสิ่งมีชีวิตเท่าใดนัก เราจึงได้แนะนำกฺฤษฺณจิตสำนึก จากกฺฤษฺณจิตสำนึกสังคมจะพัฒนามาถึงระดับความดี เมื่อระดับความดีพัฒนาขึ้นผู้คนจะเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ในระดับอวิชชาผู้คนก็เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานไม่สามารถเห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนนัก ตัวอย่างเช่น ในระดับอวิชชาจะไม่เห็นว่าจากการฆ่าสัตว์ตัวหนึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้สัตว์ตัวเดียวกันนั้นมาฆ่าตนในชาติหน้า เนื่องจากไม่ได้รับการศึกษาในความรู้ที่แท้จริงพวกเขาจึงไม่รับผิดชอบ เพื่อหยุดความไม่รับผิดชอบนี้ การศึกษาเพื่อพัฒนาระดับความดีสำหรับประชาชนโดยทั่วไปจึงจำเป็นต้องมีขึ้น เมื่อได้รับการศึกษาอย่างแท้จริง และมาอยู่ในระดับความดีจะมีความสุขุมรอบคอบ และมีความรู้ในสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงอย่างถูกต้อง จากนั้นประชาชนก็จะมีความสุข และมีความเจริญรุ่งเรือง ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีความสุข และไม่เจริญรุ่งเรือง หากส่วนหนึ่งของประชากรพัฒนากฺฤษฺณจิตสำนึก และสถิตในระดับความดีจะก่อให้เกิดความสงบสุข และความเจริญรุ่งเรืองทั่วโลก ไม่เช่นนั้นหากทั่วทั้งโลกอุทิศตนให้กับระดับตัณหา และอวิชชา ก็จะไม่มีความสงบหรือความเจริญรุ่งเรือง ในระดับตัณหาผู้คนมีความโลภ และทะเยอทะยานเพื่อความสุขทางประสาทสัมผัสโดยไม่รู้จักพอ เราจะเห็นว่าแม้ผู้ที่มีเงินพอเพียง และมีการตระเตรียมเพื่อสนองประสาทสัมผัสเป็นอย่างดีเขาก็ยังไม่มีความสุข หรือความสงบภายในใจ เพราะว่าสถิตในระดับตัณหา หากเราต้องการความสุขเงินนั้นช่วยไม่ได้ เราต้องพัฒนาตนเองให้มาถึงระดับความดีด้วยการปฏิบัติกฺฤษฺณจิตสำนึก เมื่อปฏิบัติอยู่ในระดับตัณหาจะไม่เพียงแต่ไม่มีความสุขทางใจเท่านั้น แต่อาชีพและการงานก็จะเป็นปัญหาอย่างมากเช่นกัน เพราะต้องวางแผน และออกอุบายมากมายเพื่อให้ได้เงินมามากเพียงพอ เพื่อรักษาสถานภาพของตนในสังคม เช่นนี้เป็นความทุกข์ ในระดับอวิชชาผู้คนบ้าคลั่ง และเนื่องจากอยู่ในสภาวะที่มีความทุกข์จึงต้องไปพึ่งยาเสพติด ดังนั้น จึงจมปลักลงไปในอวิชชามากยิ่งขึ้น อนาคตในชีวิตของคนพวกนี้มืดมนสิ้นดี