ได้กล่าวไว้ว่าดวงวิญญาณนั้นไม่ปรากฏ มองไม่เห็น และไม่เปลี่ยนรูป เมื่อทราบเช่นนี้แล้วเธอไม่ควรโศกเศร้ากับร่างกาย
ดังที่ได้อธิบายมาแล้ว ขนาดของดวงวิญญาณนั้นเล็กมากจากการคำนวณทางวัตถุของเรา แม้แต่กล้องจุลทรรศน์ที่ดีที่สุดก็ไม่สามารถมองเห็นได้ ดวงวิญญาณจึงไม่ปรากฏให้เราเห็น เกี่ยวกับความมีอยู่จริงของดวงวิญญาณนั้น จะไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการทดลองว่าดวงวิญญาณมีอยู่จริงนอกจากการพิสูจน์ของ ศฺรุติ หรือปรัชญาพระเวท เราต้องยอมรับความจริงนี้ถึงแม้จะเป็นความจริงจากการสำเหนียก ไม่มีแหล่งอื่นรู้ถึงความมีอยู่ของดวงวิญญาณ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราจำเป็นจะต้องยอมรับเพียงเพราะอำนาจสูงกว่าเท่านั้น ไม่มีใครปฏิเสธว่าตนเองมีบิดาเพราะมันอยู่ที่คำบอกเล่าที่เชื่อถือได้ของมารดา ไม่มีแหล่งให้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของบิดาได้ นอกจากคำบอกเล่าที่เชื่อถือได้ของมารดา ในทำนองเดียวกัน ก็ไม่มีแหล่งให้ความเข้าใจเกี่ยวกับดวงวิญญาณได้นอกจากจะศึกษาจากคัมภีร์พระเวท ดวงวิญญาณไม่ปรากฏให้เห็นได้ด้วยความรู้จากการทดลองของมนุษย์ จิตวิญญาณ คือ จิตสำนึกและความรู้สำนึก นี่คือคำบอกเล่าของคัมภีร์พระเวท และเราต้องยอมรับเช่นนี้ ดวงวิญญาณไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนกับร่างกายของเราที่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงชั่วนิรันดร ดวงวิญญาณจึงคงความเป็นละอองอณู เมื่อเปรียบเทียบกับอภิวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ องค์อภิวิญญาณมีความยิ่งใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด และดวงวิญญาณเป็นละอองอณูเล็กๆ ฉะนั้น ดวงวิญญาณละอองอณูเล็กๆ ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่มีทางที่จะเทียบเท่ากับอภิวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ หรือบุคลิกภาพสูงสุดแห่งพระเจ้าได้ แนวคิดเช่นนี้จะกล่าวซ้ำในคัมภีร์พระเวทด้วยวิธีต่างกันเพื่อยืนยันความมั่นคงแห่งแนวคิดในเรื่องของดวงวิญญาณ การกล่าวซ้ำและการทบทวนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้โดยไม่ผิดพลาด